Nu Dee 的个人资料ไม่เคยล้อเล่นกับหัวใจของ...照片日志列表 工具 帮助

ไม่เคยล้อเล่นกับหัวใจของใคร จริงจัง จริงใจเสมอ แต่ทำไมมีแต่คนมาล้อเล่นกับหัวใจเราจัง ไม่สงสารกันบ้างหรอ

ขอให้ความรักครั้งนี้อยู่กับเราไปนานๆๆๆ(~o~)
第 1 张,共 24 张
更多相册 (67)
9月24日

เด้กหญิงความรัก กับ นายรองเท้า

…ท่ามกลางเมืองที่แสนกว้างใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย มีเด็กหญิงคนหนึ่ง ชื่อ “เด็กหญิงความรัก”


ทุกๆวันเด็กหญิงความรักจะเดินทางไปที่ต่างๆ ตามลำพังด้วยสองเท้าเปลือยเปล่า
โดย ไม่สนว่าพื้นที่ ที่เธอเหยียบจะสกปรกหรือสะอาดหรือร้อนระอุหรือชื้นแฉะหรือเต็มไปด้วย กิ่งไม้ เศษแก้วต่างๆ ที่จะทิ่มแทงเท้าอันบอบบางของเธอ


เด็กหญิงความรักยังมีความสุขกับการเดินทางด้วยเท้าเปล่า เธอยังคงเดิน เดิน และเดินไปเรื่อยๆ อย่างเดียวดาย…..


แต่ แล้ววันหนึ่งระหว่างเดินทางตามปกติของเด็กหญิงความรัก เธอรู้สึกเจ็บปวดที่เท้าทั้งสองข้างจนไม่อยากเดินทางต่อไป ความรู้สึกเหงา และ ว้าเหว่ ก็เข้ามาหาเธอทันที


ทันใดนั้นเอง เด็กหญิงความรักก็ได้พบกับ “นายรองเท้า” ซึ่งเป็นรองเท้าเก่าๆ คู่หนึ่งไม่ได้สวยสะดุดตาอะไรเลย นายรองเท้าก็ทักเด็กหญิงความรักอย่างเป็นมิตร


“เท้าเธอคงจะเจ็บมาก ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อมๆ กับเธอได้มั๊ย
ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง”


เด็กหญิงความรักได้ยินเพียงเท่านั้น ความรู้สึกอ้างว้าง เดียวดายที่เคยมี ก็มลายหายไปในทันที
เธอเองจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปในทุกที่พร้อมกับนายรองเท้า


…แต่ต่อมาไม่นานเด็กหญิงความรักก็ได้พบกับรองเท้าคู่ใหม่โดยบังเอิญ
รองเท้าคู่นี้แตกต่างจากนายรองเท้ามากนัก
เพราะเขาทั้งใหม่ สะอาด สีสันสะดุดตา และดีไซน์นำสมัย อีกทั้งยังเป็นรองเท้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงอีกด้วย
เด็กหญิงความรักจึงตัดสินใจที่จะทิ้ง “นายรองเท้า” แม้ว่า เขาจะสวมใส่สบายและพร้อมที่จะก้าวเดินไปกับเธอทุกที่


เด็กหญิงความรักได้สวมรองเท้าคู่ใหม่ที่สุดแสนจะ PERFECT
ถึงแม้ว่ามันอาจไม่พอดีกับเท้าของเธอก็ตาม
เพียงเพื่อต้องการให้ตนเองดูดีขึ้นในสายตาของผู้อื่น
เด็กหญิงความรักถึงกับยอมให้รองเท้าใหม่กัดจนเธอเจ็บปวด
ทรมาน แต่เธอก็อดทน และพยายามเดินไปข้างหน้าต่อไป
ทั้งที่ในใจเธอนั้นไม่มีความสุขเลย


เพียงไม่กี่วัน เด็กหญิงความรักก็รู้ดีว่าเธอกับรองเท้าคู่ใหม่
เข้ากันไม่ได้เลย เพราะหลายครั้งที่เขาทำให้เธอเสียใจ
เขาไม่พร้อมที่จะเดินทางไปกับเธอในทุกๆที่ เขากลัวลำบาก
เขากลัวการถูกแปดเปื้อนจากพื้นดิน โคลนที่สกปรก


เด็กหญิงความรัก กลับมานั่นทบทวนดูเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา
เธอพบว่าระหว่างเธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้น ยังขาดความเข้าใจ
ทำให้ตลอดระยะเวลาการเดินทางทั้งคู่ต้องพบกับปัญญาเสมอๆ
ถึงแม้ว่าใครๆ ต่างก็พากันอิจฉาเธอที่ได้ครอบครองรองเท้าใหม่
แต่เธอ…ก็เลือกที่จะถอดออก และกลับมาเดินเท้าเปล่าดังเดิม
มันอาจจะเจ็บเท้าบ้างในบางครั้ง แต่เธอก็สบายใจ
เพราะเธอสามารถเดินทางไปได้ทุกๆ ที่ ที่เธอต้องการ


เด็กหญิงความรัก เดินทางลำพังมาเป็นเวลานานพอสมควร
เธอเริ่มรู้สึกกลัว เหงา และโดดเดี่ยว เธออยากมีเพื่อนสักคน
ที่เข้าใจเธอ และพร้อมจะเดินทางไปกับเธอในทุกๆ ที่


ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยตะโกนถามเธอว่า


“อยากมีเพื่อนร่วมทางสักคนมั๊ย”


ใช่แล้ว! มันเป็นเสียงของเขา …นายรองเท้า…


เด็กหญิงความรัก ดีใจมากจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
เพราะเธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก
หลังจากที่เธอได้ตัดสินใจทิ้งเขาไปในวันนั้น


นายรองเท้ายังคงพูดประโยคเดิมๆ กับเธออีกครั้งว่า


“ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง”


เด็กหญิงความรัก ยิ้มและตอบกลับไปว่า


“ขอบใจนะ..ฉันสัญญาว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป”


นายรองเท้าตอบกลับอย่างอ่อนโยนว่า


“เธอไม่จำเป็นต้องสัญญาหรอก เพราะเมื่อไรที่เธอรู้สึกเบื่อ
และอยากเป็นอิสระจากฉัน ฉันก็พร้อมที่จะให้เธอไป”


เด็กหญิงความรักรู้ในทันทีว่า “นี่แหละคือความเข้าใจ”
ที่เธอรอคอยมาแสนนาน แต่เธอเจอแล้วและจะดูแลรักษา
อย่างดี ถึงแม้ว่านายรองเท้าจะเป็นแค่รองเท้าธรรมดาๆ คู่หนึ่ง
ไม่ได้น่าชื่นชมในสายตาของคนอื่น
แต่สำหรับเด็กหญิงความรักแล้ว เขาสำคัญต่อเธอมาก
เขาเข้าใจและห่วงใยเธอ เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา
แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ


ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
เด็กหญิงความรักและนายรองเท้าก็อยู่เคียงข้างกันตลอดไป


ในบางครั้ง เราอาจจะเห็นเด็กหญิงความรักไม่ได้สวมรองเท้า
แต่อย่าเพิ่งตกใจ!! ลองมองดูในมือเธอสิ
นายรองเท้าอาจอยู่ในมือเธอก็ได้
เขาอาจต้องการให้เท้าของเธอเป็นอิสระจากการผูกมัดบ้าง
หรือเธออาจจะซักรองเท้าแล้วแห้งไม่ทันก็ได้ อย่าคิดมาก !!!


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. คนที่ดีอาจไม่ใช่ และคนที่ใช่อาจไม่ดี
2. คนที่ใช่สำหรับคนอื่นอาจไม่ใช่สำหรับเรา ส่วนคนที่ใช่สำหรับเราอาจไม่ใช่สำหรับคนอื่น
3. รักแท้มักมาถูกที่ถูกเวลาเสมอ
4. ความรักไม่ใช่การผูกมัด เพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
5. สิ่งที่ความรักต้องการมากที่สุด คือ “ความเข้าใจ”

6月25日

วันธรรมดาของคนธรรมดาเกิด

วันธรรมดาของคนธรรมเกิด แต่ขอเป็นคนพิเศษของใครสักคน จะได้มั้ย......  
 
โฮะ โฮะ โฮะ  แก่ขึ้นอีก 1 ปีแล้วเรา ยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลยเรา
งานก็ยังไม่อยู่ตัว บ้านก็ต้องซ่อม รถก็ยังไม่มีกับเค้าเลย
 
กว่าจะผ่านมาได้แต่ละปี ทำไมมันเหนื่อยจังเลยเนอะ
 
เพื่อนๆ ช่วงนี้ไม่ได้เห็นหน้ากันเลยนะ หายไปไหนกันหมดเนี่ยะ
 
วันเกิดปีนี้ก็คงไม่มีอะไรพิเศษเหมือนทุกๆปีแหละ
แต่ปีนี้ดีหน่อย ที่ยังได้ไปทำบุญไหว้พระตรงกับวันเกิดพอดีเลย
 
หวังว่า ผลบุญที่เราหมั่นทำเรื่อยๆ จะส่งผลให้เราได้เจอแต่เรื่องดีๆต่อจากนี้ไป และตลอดไป
 
 
5月31日

ไปเที่ยวมาเหมือนจะสบายใจ แต่ทำไมไม่เป็นอย่างนั้นนะเรา

ไปเที่ยวชะอำมาแหละ หลบฝนกรุงเทพฯ ไปเจอฝนที่เพชรบุรี 55555  แต่อากาศเย็นสบายมากๆเลย
กว่าจะได้ไปสูดอากาศทะเล รอแล้วรอเล่า นึกว่าจะแห้วอีกแล้ว แต่ก็ไปกลับมาแล้ว เย้เย้
 
ตอนแรกได้ไปเที่ยวก็ดีใจอยู่นะ แฟนสละเวลาพาไปเที่ยวทั้งที ก็อยากให้มีแต่รอยยิ้มตลอดทริป
แต่แล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เค้าบอกว่า ไปเที่ยวไหนไม่มีความสุขเลย เพราะว่ามีเรื่องงานให้คิดตลอดเวลา
เค้าบอกว่าตั้งแต่ไปเกาะสีชังแล้ว ไม่สนุกเหมือนกัน
 
เฮ้อ.... ดีผิดใช่มั้ยที่ชวนเค้ามาพักผ่อนทั้งๆที่เค้ามีงาน
 
ความรู้สึกที่อยากเที่ยวตอนนั่งรถมา หายไปแว่บนึงแล้วนะ แล้วต้องมาเห็นเค้าแอบคุยโทรศัพท์กับใครก็ไม่รู้อีก
ปกติถ้าเป็นเรื่องงาน หรือคุยกับครอบครัวเค้า เค้าก็จะนั่งคุยไม่ลุกไปไหน แต่นี่เดินไปคุยซะไกลเลย ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วยนะ
ตอนกลางคืน บอกว่าจะไปซื้อน้ำ ซื้อขนม แต่จริงๆก็ลงไปโทรศัพท์นั่นแหละ ผ่านไปก็ไม่คิดอะไรแล้วนะ ตอนเช้าได้ขี่จักรยาน
ได้นั่งมองทะเลแล้วสบายใจดี ลมเย็นสบายมาก จะกลับขึ้นห้อง ขออยู่ต่อแปบนึงจะตามขึ้นไป หมายความว่าอะไรล่ะ
ถ้าไม่ใช่โทรศัพท์อีกตามเคย
 
คือ ไม่อยากคิดมากเหมือนกันแหละ แต่ข้างในมันไม่ไหวจริงๆนะ สั่งสมองและหัวใจแล้วว่าไม่ให้คิดมาก แต่ก็มีคำถามว่าทำไมไม่บอกกันตรงๆ
ว่าไปโทรศัพท์ ทำไมไม่คุยกันต่อหน้า  ทุกทีเค้าจะเราให้ฟังว่ามีอะไร แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ง่ะ
ดีพยายามแล้วนะ พยายามจะไม่คิดแล้ว พยายามคิดไปทางอื่น คิดไปเรื่องอื่น คิดให้เราสบายใจด้วยตัวเอง
แต่ครั้งนี้มันทำไม่ได้ อาจเป็นเพราะเห็นบ่อยไปมั้ง แล้วมันเกิดคำถามขึ้นในสมอง มันเลยรับไม่ไหว
 
ดีไม่ชอบตัวเองแบบนี้เลย เป็นคนไม่ชอบบอกความรู้สึกตัวเอง พอมีเรื่องไม่สบายใจก็จะเก็บไว้กับตัวเอง
แล้วสักพักสมองจะสั่ง ช่างมันเถอะ แล้วก็คิดไปในทางบวก อาจจะมีเรื่องโน้น เรื่องนี้ เรื่องด่วนมั้ง คิดอะไรก็ได้ให้ตัวเองสบายใจ
แล้วก็กลับมายิ้มบ้า ร่าเริงเหมือนเดิม เคยได้ยินมั้ย หน้าชื่น แต่อกตรม ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงเป็บแบบนี้
 
อยากจะพูดนะ อยากจะถามให้รู้เรื่อง อยากจะรู้มากว่าคุยกับใคร แต่มันจะทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนขี้ระแวงเกินไปหรือป่าว
มันจะกลายเป็นว่า ไม่เชื่อใจกัน ไปซะอย่างนั้นหรือป่าว มันก็เลยต้องเก็บความสงสัยความอยากรู้ไว้ที่ตัวเอง
เผื่อสักวันนึงเค้าจะบอกเล่าให้เราฟังเอง หวังว่าจะมีวันนั้นกะเค้านะ
 
แล้วเราก็ยังคงสถานะความรู้สึก ยังคงสภาพเดิมไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนว่าเราไม่ได้คิดอะไร เพื่อคนที่เรารักจะได้สบายใจ
ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคิดมากกับเราไปด้วย ลดความอยากรู้ของเราลง เพื่อรักษาความรักที่มีต่อกันให้อยู่นานๆ
แต่อีกมุมนึง ก็เหมือนเราเป็นคนโง่ ทำเหมือนไม่รับไม่รู้อะไรเลย ทั้งๆที่เราก็เห็นอยู่ แล้วจะให้เราคุยกับตัวเองยังไงไหว...
แต่ก็นะ เพื่อความรัก เพื่อคนที่เรารัก เราก็ต้องไม่ระแวง ไม่สงสัย ไม่อยากรู้ ไม่ค้นหาคำตอบ ปล่อยให้มันเป็นไป เค้าจะได้มีความสุข
เค้าจะได้ไม่ต้องมาเป็นทุกข์กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องของเรา หวังว่าสิ่งที่เราคิด มันจะไม่เป็นความจริง ก็เท่านั้น ....
 
ถึงผู้หญิงเราจะเข็มแข็ง ทำงานยืนได้บนขาของตัวเอง แต่ดีเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องการความรัก ความเชื่อมั่นจากผู้ชายที่เรารัก
คอยปกป้อง ดูแล อยู่ข้างๆ เพื่อให้กำลังใจกันและกัน ตลอดไป 
 
๑๑๑๑ เริ่มต้นเหมือนจะมีความสุขเลยเนอะ แต่ทำไมตอนจบเศร้าจัง ๑๑๑๑
ยิ้มไว้ ยิ้มไว้ ยิ้มไว้ ยิ้มไว้ ยิ้มไว้ ไปเติมพลังมาแล้ว พรุ่งนี้ต้องมีแต่รอยยิ้ม...
5月18日

ว่างมากเกิน เลยนั่งเขียน อิอิ

ช่วงนี้ยังมึนๆงงๆกับชีวิตตัวเองอยู่เลย ทำงานกลับดึกๆทุกวันเลย เหนื่อยหน่ายมากมาย
เฮ้อ...............................................................................................................................
พอบ่นมาถึงตรงนี้ มักจะได้ยินผู้หญิงหลายคน พูดประโยคต่อท้ายว่า เมื่อไหร่จะเจอผู้ชายรวยๆกะเค้าสักที ........ อยู่บ่อยๆ เนอะ
 
ไม่รู้ว่าผู้ชายเค้าจะคิดแบบนี้กันบ้างหรือป่าว เมื่อไหร่จะจับผู้หญิงรวยๆได้สักคน อยากรู้จัง อิอิ
 
แต่ว่าดีเป็นคนนึงแหละ ที่ไม่เห็นอยากจะได้ผู้ชายรวยๆเลย ได้มาแล้วอาจจะโดนดูถูกไปตลอดชีวิตก็ได้
แบบโดนว่าว่าเกาะผัวกิน ตกถังข้าวสาร อะไรประมาณนั้น เหมือนตามละครน้ำเน่าทั่วๆไปที่นิยมสร้างกัน
ให้ผู้หญิงเป็นคนจน ผู้ชายเป็นคนรวย แล้วผู้หญิงก็ชนะใจผู้ชายด้วยความดี พ่อแม่ฝ่ายชายเห็นใจในความดีของผู้หญิง
 มันมีแต่ในละครเท่านั้นแหละ ชีวิตจริงคงหายากเกินจะหาเจอ ......... จริงมั้ย
 
เป็นดีหรอ ดีว่าคนที่จะมาคบกันได้ อยู่ด้วยกันได้ ต้องคุยกัน เข้าใจกัน รับฟังเรื่องราวของกันและกันได้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุกข์ เรื่องสุข เรื่องเศร้า เรื่องดี เรื่องทะลึ่ง ถ้าเราคุยกันได้ทุกวัน มีกันและกันทุกวัน
แลกเปลี่ยนความคิดกัน ดีว่าความสัมพันธ์จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทุกๆวัน
 
เพราะเมื่อคนเราอายุมากขึ้น แก่ชราลง เราคงทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากคุยกัน 2 คนไปตลอดชีวิต
ก็ไม่รู้เนอะ ว่าคนที่เราคบอยู่ จะอยู่คุยกับเราไปตลอดหรือป่าว อิอิ
 
อยากบอกว่า คิดถึงนะคะ เป็นห่วงเสมอ มีกำลังใจให้ในทุกๆเรื่อง พร้อมจะอยู่เคียงข้างไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม......
 
4月24日

ใครรู้ว่าต้องทำยังไง ช่วยบอกที...

โอ้ย...โอ้ย  เบื่อตัวเองจังเลย เมื่อไหร่จะมีความมั่นใจเป็นของตัวเองซะที
การเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ต้องเริ่มจากตรงไหนนะ ใครก็ได้ช่วยบอกที.....
 
ทำไมเราถึงขี้แยอย่างนี้นะ แค่โดนคนพูดเสียงดังใส่ ใช้คำพูดที่กดดัน น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลซะแล้ว
ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไงนะเรา แต่ก็ไม่เข้าใจทำไมพวกเค้าต้องพูดจาแบบนั้นกับเราด้วย
เป็นเพราะเราอ่อนแอเกินไปหรอ ช่วงนี้น้ำตาไหลง่ายๆอย่างกับน้ำก็อกแน่ะ โดนกระทบหน่อยก็เอาแล้ว
 
เราต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นคนเข้มแข็ง มีความมั่นใจกับเค้าซะที จะมีใครเป็นเหมือนเราบ้างมั้ยนะ
เคยแอบมองผู้หญิงคนอื่นๆที่เค้ามีความมั่นใจในตัวเอง ก็ได้แต่คิดว่า ทำยังไงเราถึงจะเป็นแบบเค้าบ้าง
เอาตัวเองไปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา
 
แต่บางทีก็คิดแหละ คนเราก็ต้องมีทั้งข้อดีข้อเสียอยู่ในตัวเอง ภายนอกเค้าอาจจะดูดี แต่ภายในเค้าอาจจะมีข้อเสียอยู่ก็ได้
เราก็ได้แต่มองคนอื่นแหละ ไม่เคยที่จะไปเลียนแบบเหมือนใคร แต่ก็อยากจะทำตัวเองให้เข้มแข็งกว่านี้
สู้กว่านี้ และมีความมั่นใจในตัวเอง พลาดโอกาสไปเยอะเพราะความอ่อนแอของตัวเราเอง ไปโทษใครไม่ได้
ได้แต่มองย้อนกลับมาที่ตัวเอง เคยนั่งมองกระจกในห้องคนเดียวนานๆ บางทียังคิดว่าเราไม่ใช่ตัวเราเลย
 (เหมือนคนบ้าเลย เนอะ.... อิอิ)
 
บางอารมณ์นะก็ชอบไปนั่งอยู่ที่คนเยอะๆมองคนโน้นคนนี้ แล้วก็มองไปเรื่อย คนนั้นเค้าคิดอะไรอยู่นะ คนนี้ท่าทางมีความสุขเนอะ
คิดไปถึงว่า ถ้าเราลองได้ไปเป็นเค้าสัก 1 วันก็คงจะดีเนอะ ขนาดคนใกล้ตัวเราเอง เรายังแอบคิดเลย คิดว่าเค้ากำลังคิดกับเรายังไง
เค้าเคยเจอปัญหา แล้วใช้ชีวิตยังไง จะเหมือนเรามั้ย จะแตกต่างกันขนาดไหน เคยลองคิดไปถึงคนเก็บขยะก็เคยคิด เคยเห็นผัวเมียแก่ๆ
เข็นรถเก็บของเก่า ก็อยากรู้ว่าเค้าจะมีความสุขกับคนที่เค้ารักหรือป่าว ทั้งๆที่เค้าต้องเข็นรถเก็บของเก่าทั้งวันแบบนี้
อยากไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเค้าว่าเค้าอยู่ยังไง เค้าก็คงรักกันมากเนอะถึงได้ช่วยกันทำมาหากินกันอยู่ถึงป่านนี้
 
การที่เราเจอปัญหา หรือเจออะไรหนักๆมาตลอดทั้งวัน ถ้ามีใครสักคนอยู่ข้างๆเรา ขอแค่คนเดียว ความทุกข์ที่สะสมมาก็คงหายไปในพริบตา
คงจะดีเนอะ ถ้ากลับบ้านมาแล้วรู้ว่ายังมีคนๆนึงคอยอยู่ ยังมีกำลังใจให้กันอยู่ ยังอยู่ข้างๆเราเสมอ ทำให้เรารู้ว่า เราต้องอยู่ต่อไปเพื่อใคร...
 
ช่วงนี้มีแต่ความรู้สึกเศร้าๆเคล้าน้ำตาเนอะ... ไม่รู้ว่าชีวิตต่อไปต้องมีเหตุการณ์พลิกผันอะไรเกิดขึ้นอีก อยากให้มีแต่สิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ไม่อยากให้มีอะไรหนักๆเข้ามาให้คิด เพราะพอคิดแล้ว ตัวเราเองจะคิดไม่ยอมจบ เหมือนกับตอนนี้ ที่ยังไม่ยอมนิ่งกับชีวิตซะที
และก็ยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้เลย ว่าเมื่อไหร่เราจะนิ่ง ไม่ต้องดิ้นรนให้ตัวเองเหนื่อยอีกต่อไป เมื่อไหร่ก็ไม่รู้........
 
อยากไปพักผ่อนสมอง ไปพักผ่อนร่างกาย อยากไปไหนไกลๆๆๆๆๆสักเดือน ไปอยู่เงียบๆ อยู่กับตัวเองสักพัก อาจจะดีขึ้น แต่มันก็เป็นได้แค่ความคิด
ทำไม่ได้หรอก ยังมีครอบครัวที่เป็นห่วงเราอยู่  ยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายเรื่อง แต่ถ้าวันไหนเกิดกดดันตัวเองมากๆ อาจจะเกิดขึ้นก็เป็นได้  
 
ชิวิตนี้เราต้องอยู่เพื่อใคร อยู่เพื่ออะไร และอยู่ไปทำไม ใครตอบตัวเองได้โชคดีจัง ส่วนตัวเรายังหาคำตอบไม่ได้เลย.......
   
 
 
4月15日

เหนื่อย แต่ก็...ก็ไหวนะ

เป็นคนนึงที่ชอบเขียนไดอารี่นะ แต่ในระยะเดือน 2เดือนที่ผ่านมา ตั่งแต่รู้ว่าบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่จะต้องปิดกิจการลง ทั่งๆที่ไม่เคยคิดมาก่อน คิดแต่เพียงว่าจะอยู่ให้นานที่สุดและคงไม่ไปไหนแล้ว มันรู้สึกเหนื่อย และไม่ได้เขียนไดอารี่อีกเลย เพราะอะไรนะเหรอ เพราะไม่อยากให้ไดอารี่มี่แต่เรื่องเศร้า ที่มีแต่รอยน้ำตาหยดลงไป อยากให้ไดอารี่มีแต่เรื่องของความสุข มีแต่เรื่องของความรักที่สดใส เมื่อไหร่ที่เราเอามานั่งอ่านก็จะทำให้เรายิ้มได้กับช่วงเวลาที่ดีๆที่ผ่านมา
 
แต่เราก็ไม่เคยท้อที่จะหางานให้กับตัวเอง ตระเวนหางานกันแบบว่าเหนื่อยสุดๆ เจอแต่บริษัทที่น่ากลัวๆทั้งนั้น ทำไมเราต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย ไม่โทษว่าเค้าไม่ดีหรอก คงต้องโทษตัวเราเองที่อ่อนแอเกินไป ไม่มีความสามารถที่จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมของเค้าได้ เห็นตัวเองต้องเดินหางานใหม่ และกลับไปดูบริษัทเก่าที่เคยทำ เห็นพี่ๆที่ทำงานเก่ามีความสุขกันแล้ว ได้แต่ใจเศร้าหมอง ทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย แต่สุดท้ายเมื่อเราได้งานแล้ว เราก็ต้องทนอยู่เผื่ออนาคตของตัวเอง ...
 
จากวันที่รู้ว่าต้องหางานใหม่ จนถึงวันนี้ที่ได้เข้าไปทำงานที่ใหม่ได้เดือนกว่าแล้ว เราก็ยังไม่มีรอยยิ้มให้กับตัวเองเลย (แต่ก็ต้องฝืนยิ้มให้กับคนรอบข้าง) มันรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ และไม่สนุกกับการทำงานเหมือนที่เคยเป็น  แต่เราก็ต้องฝืนทำไป ไม่อยากเป็นคนตกงานให้พ่อแม่ต้องลำบากใจ
 
ถามว่าตอนนี้อยากได้อะไรมากที่สุด อยากได้กำลังใจ อยากได้พลังที่จะมาต่อสู้กับปัญหาต่างๆที่เข้ามา ไม่มีใครที่จะมาเข้าใจในสิ่งที่เราต้องเจอ ไม่มีใครที่จะส่งพลังให้กับเรามากพอที่จะต่อสู้ต่อไป นอกจากตัวเราเอง ตัวเราเองที่เข้าใจตัวเองมากที่สุด แต่บางครั้งตัวเราก็สับสนในตัวเอง แล้วคำตอบมันอยู่ไหนกัน ช่วยบอกที.....
 
ในชีวิตของคนๆนึง คงต้องการแค่ใครสักคนที่จริงใจ และอยู่เคียงข้างกันตลอดไป เพราะพ่อแม่พี่น้องคงอยู่กับเราไม่ได้ไปตลอดชีวิต ถ้าเราไม่เจอใครคนนั้น ท้ายสุดแล้วเราก็ต้องอยู่คนเดียวตลอดไป ถามว่าเมื่อไหร่เราจะได้เจอกับใครคนนั้น ไม่รู้เลย เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เราคบอยู่ปัจจุบันจะจริงใจ และอยู่กับเราตลอดไปหรือป่าว ....
 
 การที่เราได้เจอและได้คบกับใครสักคนที่เรียกว่า แฟน เราให้ทุกอย่างกับเค้าได้ทั้งหมด แต่เราไม่เคยรู้เลยว่า เค้าได้ให้ทุกอย่างกับเราด้วยหรือป่าว ตอนนี้ที่ได้คบกันไม่เคยที่จะเรียกร้องอะไรจากใคร ไม่เคยที่จะทำตัวเองให้เป็นที่รำคาญใจ มีแต่การรอ รอเมื่อไหร่ที่เค้าจะคิดถึง แล้วเราจะได้คุย ได้เจอกัน ถามว่าแล้วทำไมเราไม่เป็นฝ่ายโทรไปหาเค้าเอง คำตอบนี้ได้ลองกับตัวเองมาแล้ว การโทรไปหาใครสักคนที่คิดถึง เป็นห่วงมากมาย แต่เมื่อรับสาย ความรู้สึกกับบอกว่า เค้าไม่อยากคุยด้วยเลย มันเป็นความรู้สึกที่ทรมานนะ มันทำให้ตัวเองดูเป็นคนไม่มีค่าในตัวเองไปเลย  เค้าจะรู้มั้ยว่าเคยทำให้คนที่โทรไปน้อยใจมากมายแค่ไหน ทำให้เราได้ข้อสรุปให้กับตัวเองว่าเป็นฝ่ายรอให้เค้ารู้สึกว่าอยากโทรมาคุย รู้สึกว่าอยากเจอเมื่อไหร่ รอให้เค้าติดต่อมาเองดีกว่า ที่จะโทรไปให้ทรมานใจตัวเอง แต่การโทรไปโดยที่เค้าไม่อยากคุย กับการรอคอยว่าเมื่อไหร่เค้าจะโทรมา ความรู้สึกของการทรมานก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ....
 
ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรให้ความรักของเราไปได้ตลอด ไม่รู้จริงๆ สิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราทำ ณ ตอนนี้มีค่า มีความหมายกับเค้าหรือป่าว แต่อยากบอกว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้ว ให้หมดทุกอย่างแล้ว  สิ่งที่อยากได้กลับมาตอนนี้ แค่เพียงอยากได้ความมั่นใจกลับมาบ้าง แค่เท่านั่นจริงๆ .....
 
"หน้าที่อาจจะทำให้ท้อถอยได้ แต่อานุภาพของความรักจะให้พลังกับเราตลอดไป"
3月25日

คุณสมบัติของ cs

ต้องมีความ active
มีไหวพริบ
รู้จักแก้สถานการณ์
ซิกแซกเป็น
ต้องทำให้ลูกค้าเชื่อว่า เราช่วยเค้าได้
พูด เขียน แต่งเมล์ได้
พร้อมรู้จักผู้คนมากหน้าหลายตา
 
มีอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยเนี่ยะ .................